page contents
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

กฎ กติกาการเที่ยวทะเล

การจัดการ และ กฎกติการดำน้ำ และท่องเที่ยทะเล

ควรปฏิบัติตามกฎระเบียบของพื้นที่ที่เข้าไปดำน้ำทุกครั้ง เช่น ข้อห้ามต่างๆของอุทยานแห่งชาติทางทะเล เป็นต้น

ควรเรียนรู้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับพืชและสัตว์มีพิษใต้ท้องทะเล รวมทั้งวิธีการป้องกันและปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ควรมีอุปกรณ์ดำน้ำที่เหมาะสมกับการใช้งานแต่ละอย่าง เช่น การดำน้ำผิวน้ำก็ควรมีชูชีพ หน้ากากดำน้ำและท่อหายใจ รวมทั้งตีนกบ เป็นต้น

พยายามศึกษาหาความรู้ในการดำน้ำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการได้เรียนรู้มากขึ้นย่อมนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตัวเราได้อย่างถูก ต้องและปลอดภัยไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีความชำนาญในการว่ายน้ำหรือไม่ก็ตาม เมื่ออยู่บนเรือหรืออยู่ในน้ำควรที่จะมีชูชีพติดตัวหรือผูกติดตัวอยู่เสมอ เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา

ระหว่างขึ้นหรือลงเรือนั้นควรรอให้เรือจอดสนิท ขณะลงดำน้ำนั้นควรลงอย่างช้าๆ ไม่ต้องรีบร้อน และควรลงทางบันไดเรือ ไม่

ควรกระโดดจากเรือ เร่งรีบลงน้ำในบริเวณที่ไม่คุ้นเคย เพราะอาจจะโดดลงไปโดนปะการังได้

ห้ามเอามือจับกราบเรือหรือเดินบนกราบเรือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาจอดเทียบท่าหรือจอดเทียบเรือลำอื่น

หากเป็นจุดดำน้ำแห่งใหม่ที่ไม่เคยลงดำน้ำมาก่อน ต้องค้นคว้าหาข้อมูลให้ได้มากพอเท่าที่จะทำได้ โดยการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ที่ดูแลพื้นที่ดังกล่าว คนท้องถิ่นในละแวกนั้น หรือจากแหล่งข้อมูลต่างๆ

ควรหลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมของธรรมชาติที่ไม่เหมาะ ต่อการดำน้ำ เช่น มีคลื่นรุนแรง ฝนตกหนัก เป็นบริเวณที่มีหน้าผาหินแหลมคม น้ำทะเลขุ่นมัวไม่ใส เป็นต้น

ควรเลือกจุดดำน้ำและจุดที่จะกลับเข้าฝั่งหรือขึ้นเรือในบริเวณที่ปลอดภัยที่สุด

ควรแนะนำคนขับเรือให้จอดเรือโดยใช้ทุ่นเท่านั้น ห้ามทิ้งสมอเรือบริเวณแนวปะการังอย่างเด็ดขาด

ควรลงดำน้ำต่อเมื่อร่างกายมีความแข็งแรง หากรู้ว่าไม่สบายหรือร่างกายอ่อนเพลีย โดยเฉพาะหลังการดื่มสุราและทานยาที่ทำให้ง่วง ไม่ควรลงดำน้ำอย่างเด็ดขาด

ก่อนลงดำน้ำควรสวมเสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายมิดชิด และรัดกุมเสมอ เพื่อป้องกันพืชและสัตว์มีพิษใต้ท้องทะเล นอกจากนี้หากมีถุงมือสวมใส่ด้วยก็จะดียิ่งขึ้น

ห้ามลงดำน้ำคนเดียว แต่ควรมีเพื่อนดำน้ำด้วยอย่างน้อย 1 คน เพื่อสามารถที่จะคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้

 

เมื่อมีการลงดำน้ำเป็นกลุ่ม ควรฟังคำแนะนำก่อนการดำน้ำให้เข้าใจจากผู้ควบคุมการดำน้ำให้เข้าใจ รวมทั้งเชื่อฟังต่อผู้ควบคุมขณะดำน้ำด้วย

หากไม่มีความชำนาญในการใช้ตีนกบก็ไม่ควรใช้ เพราะนอกจากตีนกบจะทำให้เราเหนื่อยง่ายและเป็นตะคริวได้แล้ว ยังอาจทำลายแนวปะการังโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์อีกด้วย

นักดำน้ำที่ใช้ตีนกบนั้นไม่ควรเข้าไปในแนวปะการัง บริเวณที่มีน้ำตื้นมากๆ เพราะอาจเตะตีนกบถูกปะการังจนหักพังทลายได้ รวมทั้งการเตะตีนกบในบริเวณที่มีน้ำตื้นจะทำให้ทรายตามพื้นทะเลฟุ้งกระจาย ขึ้นมา ซึ่งเป็นผลให้น้ำทะเลขุ่น และเมื่อตะกอนทรายตกบนปะการังก็จะทำให้ปะการังตาย

เมื่อว่ายน้ำเข้าไปในบริเวณที่มีปะการังตื้นมากๆ ควรลอยตัวนิ่งๆ แล้วใช้มือค่อยๆแหวกว่ายออกไปให้พ้นจากบริเวณนั้น โดยไม่เตะเท้าหรือตีนกบ เพราะอาจถูกปะการังจนแตกหักพังทลายได้ และหากเสียหลักเมื่อถูกคลื่นซัด อย่าใช้ขาเหยียบพื้น เพราะอาจทำลายปะการังและทำให้เราได้รับบาดเจ็บได้ แต่ควรปล่อยให้ลอยไปตามคลื่น ถ้ารู้ว่าจะถูกปะการังหรือกระแทกกับโขดหินก็ต้องพยายามใช้บริเวณปลายนิ้ว หรือฝ่ามือดันออกมา

การดำน้ำแบบผิวน้ำนั้นส่วนใหญ่เป็นการดำน้ำตามชาย ฝั่งที่มีแนวปะการังอยู่ในระดับความลึกของน้ำไม่กิน 9 เมตร แต่มีจำนวนไม่น้อยที่พบแนวปะการังอยู่ในน้ำที่ลึกเพียง 1-2 เมตร เท่านั้น ดังนั้นการดำน้ำผิวน้ำบริเวณนี้ต้องคอยระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง อย่าให้อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายโดน รวมทั้งห้ามเหยียบหรือยืนพักบนปะการัง หากตัวเราถูกปะการังซึ่งนอกจากมันจะบาดหรือขูดขีดข่วนให้เกิดแผลตามร่างกาย ได้แล้ว ยังเป็นการทำลายปะการังด้วย เพราะปะการังแม้ว่าจะดูแข็งแกร่งเหมือนหินปูน แต่แท้ที่จริงมีโครงสร้างเป็นหินปูนแบบเนื้อพรุน จึงมีความเปราะบางและแตกหักได้ง่ายเมื่อถูกกระทบ แม้แต่กระแสน้ำแรงๆหรือลมพายุก็สามารถทำลายปะการังได้ อีกทั้งกว่าปะการังจะก่อตัวเป็นรูปร่างได้ต้องอาศัยระยะเวลาที่ยาวนานมาก ซึ่งบางชนิดใช้เวลาถึง 1 ปีในการเติบโตเพียง 1 นิ้ว

อย่าจับสิ่งมีชีวิตในแนวปะการัง เพราะโดยปกติแล้วสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังจะไม่ทำร้ายมนุษย์ แต่ที่เราได้รับอันตรายนั้นส่วน

ใหญ่เกิดจากการจับหรือถูกสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นโดย ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามแต่ เช่น หอยเม่นจะไม่ว่ายลอยตัวมาไล่ตำเราหรอก แต่เราอาจว่ายน้ำอยู่ในบริเวณน้ำตื้นจนเกินไป เมื่อมีคลื่นซัดมาทำให้เราทรงตัวไม่อยู่ จึงใช้เท้าเหยียบพื้นเพื่อทรงตัว แต่กลับเหยียบโดนหอยเม่นที่อาศัยอยู่ตามพื้นทะเล เป็นต้น

ควรประเมินขีดความสามารถของตัวเราเองว่ามีมากน้อย เพียงใด เพื่อที่จะได้ไม่ทำสิ่งใดเกินไปกว่าร่างกายเองจะรับได้ เช่น ว่ายน้ำดำน้ำห่างจากฝั่งหรือเรือเป็นระยะทางไกลจนเกินกว่าจะมีแรงว่ายกลับมา ได้ หรือว่ายน้ำดำน้ำ จนร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าและไม่มีแรงเพียงพอที่จะว่ายกลับเรือหรือเข้าสู่ ฝั่ง เป็นต้น

นักดำน้ำต้องรู้จักควบคุมการทรงตัวผิวน้ำให้มีประสิทธิภาพ

ห้ามให้อาหารสัตว์น้ำซึ่งจะมีผลต่อพฤติกรรมของสัตว์ นอกจากนี้อาหารที่เราให้อาจทำให้สัตว์น้ำเจ็บป่วยได้

ห้ามจับสัตว์น้ำขึ้นมาเล่น เพราะบางชนิดมีความบอบบางที่อาจตายได้ง่าย รวมทั้งบางชนิดมีพิษที่อาจทำให้เราได้รับอันตราย

ระหว่างที่อยู่ในน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำเล่นๆ หรือดำน้ำดูปะการังก็ตาม ควรมองรอบๆ ตัวทุกๆ 5-10 นาที เพื่อป้องกันตัวเราว่ายไปถูกพืชและสัตว์มีพิษใต้ท้องทะเลจนได้รับอันตรายได้

เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์เรือดังขึ้น ควรสำรวจดูว่าเรือลำนั้นจะวิ่งมาทางที่เราดำน้ำหรือไม่ โดยเฉพาะบริเวณที่มีเรือเร็วหรือสกูตเตอร์ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

อย่าว่ายเข้ามาใกล้เรือบริเวณหัวเรือและท้ายเรือ เพราะหัวเรืออาจถูกคลื่นโยนตัวและกระแทกถูกเราจนได้รับบาดเจ็บได้ ส่วนท้ายเรือมีใบพัดซึ่งมีนักดำน้ำหลายคนเสียชีวิตเพราะใบพัดเรือมาแล้ว

ห้ามทิ้งขยะและเศษอาหารลงในทะเล

ห้ามเก็บปะการังหรือซื้อสิ่งของที่ระลึกที่ทำจาก ปะการัง เปลือกหอย กระ(กระดองเต่า) ปลาปักเป้าโคมไฟ รวมทั้งสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในแนวปะการังเป็นอันขาด เพื่อช่วยอนุรักษ์แนวปะการังไว้ให้ยั่งยืนสืบนาน

 

 

 

Tags : เที่ยวตรัง ทะเลตรัง ตรัง

view