page contents
   สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

เกี่ยวกับทะเลไทย

ความรู้ทั่วไป

ทะเลไทยมีพื้นที่อันไพศาลมากกว่า 350,000 ตร.กม. ตั้งอยู่ในเขตที่เรียกว่า อินโดแปซิฟิก (Indo-Pacific) อันเป็นเขตที่อยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก ผลการสำรวจและศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกได้ยืนยันว่าทะเลเขตนี้เป็น พื้นที่ที่มีอากาศและอุณหภูมิของน้ำทะเลพอเหมาะพอดี ทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำมากที่สุดในโลก ซึ่งสรรพสิ่งเหล่านี้ได้แพร่เผ่าพันธุ์กระจายอยู่ในท้องทะเลทั้ง3ด้าน คือ อ่าวไทยตอนบนหรือชายทะเลแถบภาคตะวันออก อ่าวไทยตอนล่างหรือชายทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันออก และทะเลอันดามันหรือทะเลไทยภาคใต้ฝั่งตะวันตก

ประเทศไทยมีชายฝั่งยาวกว่า 2,500 กม. และมีเกาะน้อยใหญ่กว่า 500 เกาะ ซึ่งน้อยกว่าประเทศส่วนใหญ่ในกลุ่มประเทศอาเซียน แต่ความจำกัดของชายฝั่งและหมู่เกาะมิได้หมายความว่าโลกใต้ทะเลของไทยจะมี ความสวยงามหรือทรงคุณค่าน้อยกว่าประเทศอื่นๆ โดยสามารถแบ่งเขตน่านน้ำออกได้เป็น 3 ภูมิภาค คือ อ่าวไทยตอนบนหรือแถบชายทะเลภาคตะวันออก อ่าวไทยตอนล่างหรือหรือแถบชายทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันออก และทะเลอันดามัน ซึ่งในแต่ละภูมิภาคจะมีฤดูกาลท่องเที่ยวต่างกัน ขึ้นอยู่กับอิทธิพลของลมมรสุมที่พัดผ่านได้แก่ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นตัวกำหนด ดังนั้นในระหว่างเดือนพฤศจิกายนปลายเดือนเมษายนจึงเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ส่วนในช่วงปลายเดือนเมษายน-ปลายเดือนตุลาคมจะเป็นเวลาสำหรับท่องเที่ยวทะเล อ่าวไทยตอนล่าง จึงอาจกล่าวได้ว่าเราสามารถที่จะท่องเที่ยวน่านน้ำไทยได้ตลอดทั้งปี โดยหมุนเวียนสลับกันไปตามภูมิภาคต่างๆของท้องทะเล แต่ทั้งนี้จะมีช่วงที่มีอากาศดีทั้งสองฟากฝั่งตรงกันอยู่เดือนหนึ่งก็คือ เดือนมีนาคม นับเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่จะท่องเที่ยวทางทะเลได้ทั่วน่านน้ำไทยอย่างสุขสันต์หรรษา

สิ่งที่ทำให้ทะเลไทยมีลักษณะโดดเด่นนั่นก็คือ ลักษณะทางภูมิศาสตร์ เมือง ไทยมีทะเลทั้งฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกอันได้แก่ อ่าวไทย และฝั่งมหาสมุทรอินเดียอัน ได้แก่ ทะเลอันดามัน ทะเลทั้งสองฝั่งของไทยเกือบทั้งหมดตั้งอยู่ในบริเวณที่เรียกว่าไหล่ทวีป คือ เป็นเขตที่มีน้ำลึกไม่เกิน 200 เมตร และเป็นบริเวณที่มีผลผลิตขั้นต้นสูงที่สุดของท้องทะเลทั้งนี้เนื่องมาจากแสง แดด การหมุนเวียนของน้ำ และปัจจัยอื่นๆอีกหลายประการ ดังจะเห็นได้ว่าตามข้างๆแนวหินผารอบเกาะและพื้นทรายใต้ทะเลไทยมักจะมีแนว ปะการังอันเป็นที่อาศัยหากินของสรรพสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลที่มีรูปลักษณ์และ สีสันงดงามแปลกตาที่เรียกกันว่า อุทยานใต้ทะเล หรือ ป่าใต้ทะเล ซึ่งมีอยู่มากมายหลายแห่ง แต่ละแห่งก็จะมีความคล้ายคลึงและแตกต่างกันออกไปตามระบบนิเวศน์ที่มันอาศัยอยู่

หากจะเปรียบเทียบความสำคัญของทะเลทั้งสองฝั่งของ ไทยแล้ว คงยากที่จะสรุปได้ว่าทะเลด้านไหนมีความสำคัญมากกว่ากัน แต่ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไร สิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของทะเลไทยก็คือความแตกต่างกันของท้องทะเลทั้ง สองฝั่งที่ก่อให้เกิดความหลากหลายของภูมิศาสตร์และสิ่งมีชีวิต อันเป็นลักษณะเฉพาะที่ยากจะหาได้จากทะเลอื่นใดในโลกใบนี้

ส่วนใหญ่ตามชายทะเลและเกาะแก่งกลางท้องทะเลใน เมืองไทยจะอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ โดยได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลจำนวน 21 แห่ง(อีก 3 แห่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการฯ) แต่ชายทะเลและเกาะทุกแห่งก็มิใช่ว่าจะมีแนวปะการังเสมอไป อุทยานฯ ทางทะเลที่มีปะการังน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย ได้แก่ อุทยานฯ เขาสามร้อยยอด อุทยานฯ หาดวนกร จ. ประจวบคีรีขันธ์ อุทยานฯ น้ำตกธารเสด็จ จ.สุราษฎร์ธานี อุทยานฯลำน้ำกระบุรี จ.ระนอง อุทยานฯเขาหลัก-เขาลำรู่ อุทยานฯเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง อุทยานฯ อ่าวพังงา จ.พังงา อุทยานฯ ธารโบกขรณี จ.กระบี่ และอุทยานฯ ทะเลบัน จ.สตูล

 

ความรู้ทั่วไป

เมืองไทยของเรามีท้องทะเลที่สวย งามและอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก อันสืบเนื่องมาจากผืนแผ่นดินด้ามขวานของไทยที่ทอดยาวลงไปยังคาบสมุทรมลายู เป็นเสมือนเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างสองฟากทะเลและสองฝั่งมหาสมุทร โดยฝั่งตะวันออกคือ ทะเลอ่าวไทยที่เชื่อมต่อกับมหาสมุทรแปซิฟิคและท้องทะเลฝั่งตะวันตก คือท้องทะเลอันดามันเชื่อมต่อกับมหาสมุทรอินเดีย

ทะเลไทยจึงเป็นแหล่งอาหารอันอุดม สมบูรณ์ เป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนสินค้า ถ่ายทอดอารยธรรมของมวลมนุษย์ชาติมาแต่โบราณ ทั้งยังเป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดรับเอาความอุดมสมบูรณ์ที่พัดพามากับลมมรสุม ตะวันออกเฉียงเหนือทางฝั่งอ่าวไทยและสายลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากท้องทะเล อันดามันมาสู่ผืนแผ่นดินของภาคใต้และดินแดนฝั่งตะวันตกของประเทศไทย

ท้องทะเลของเราแบ่งเขตน่านน้ำออก ได้เป็น 3 ภูมิภาค คืออ่าวไทยตอนบนหรือชายทะเลภาคตะวันออก อ่าวไทยตอนล่างหรือชายทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันออก และทะเลอันดามันหรือทะเลไทยภาคใต้

ฝั่งตะวันตก ซึ่งในแต่ละภูมิภาคจะมีฤดูกาลท่องเที่ยวต่างกันขึ้นอยู่กับอิทธิพลของลม มรสุมที่พัดผ่าน ได้แก่ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นตัวกำหนด ดังนั้นในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายนจึงเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว ทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ส่วนในช่วงเดือนเมษายนถึงปลายเดือนตุลาคมจะเป็นเวลาสำหรับท่องเที่ยวทะเล อ่าวไทยตอนล่าง จึงอาจกล่าวได้ว่าเราสามารถที่จะท่องเที่ยวน่านน้ำไทยได้ตลอดทั้งปี โดยหมุนเวียนสลับกันไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ของท้องทะเล

ความแตกต่างกันของท้องทะเลทั้ง สองฝั่งก่อให้เกิดความหลากหลายของภูมิศาสตร์และสิ่งมีชีวิต อันเป็นลักษณะเฉพาะที่ยากจะหาได้จากทะเลอื่นใดในโลกนี้

 

view